วันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2554

Nokia Oro

Nokia Oro
Nokia Oro


"Nokia Oro" นั้นเป็นการนำมือถือ รุ่น "Nokia C7-00" มาแต่งให้หรูหราขึ้น โดยตัวเครื่องถูกเคลือบด้วยทอง 18 กะรัต, ฝาครอบแบตเตอรี่ ทำออกมาเป็นแบบที่เป็นหนัง, ปุ่ม Hom ของตัวเครื่องนั้นทำมาจากหิน คริสตรัลแซฟไฟร์ (Sapphire) และด้านหลังหุ้มด้วยหนังคุณภาพดีอีก 1 ชั้น

  • หน้าจอ 3.5 นิ้ว แบบ ClearBlack AMOLED Screen
  • microUSB, บลูทูธ, Wi-Fi, GPS และเครือข่าย 3G + HSDPA
  • บันทึกวิดีโอระดับ HD 720p
  • กล้องดิจิตอลความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช
  • หน่วยความจำภายใน 8GB
  • ระบบปฏิบัติการ  Symbian Anna

และคาดว่า "Nokia Oro" สินค้าระดับระดับพรีเมี่ยมเครื่องนี้ นั้นจะว่างจำหน่าย อยู่ในช่วงไตรมาสที่  3 นี้ โดยเริ่มขายในบางประเทศของยุโรป, จีน และตะวันออกกลาง ช่วงไตรมาส 3 ในราคา 800 Euro (ประมาณ 34,200 บาท)


Samsung Galaxy S II


Samsung Galaxy S II



ภายนอก

การออกแบบภายนอกของรุ่นนี้ยังคงแนวคิดเดิมคือด้านหน้าแบนราบ ส่วนหลังเครื่องด้านล่างนูนขึ้นมาเล็กน้อย โดยชูจุดเด่นเรื่องน้ำหนักและความหนาเพียง 8.49 ม.ม. (ไอโฟน 4 หนา 9.3 ม.ม.) ปุ่ม power,volume Down และรูร้อยสายคล้องคอ ยังคงอยูข้างเครื่องเหมือนเดิม ช่องเสียบหูฟัง 3.5 ม.ม อยู่ด้านบนเหมือนเดิม แต่พอร์ต micro-USB ถูกย้ายมาข้างล่างและไม่มีฝาปิดเหมือนรุ่นก่อน และยังมีนำ้หนักเบามาก
ซีพียูและชิปกราฟฟิค
Galaxy S II รุ่นที่ขายในไทยเป็นรุ่นรหัส GT-I9100 ซึ่งใช้ซีพียู Exynos 4210 ของซัมซุง (ชื่อเก่าคือ Samsung Orion) ซึ่งเป็นซีพียู Dual-Core ที่ใช้สถาปัตยกรรม ARM Cortex-A9 ทำงานที่ความถี่ 1.2 GHz และใช้ชิปกราฟฟิค Mali-400 MP ของ ARM

จอ Super AMOLED Plus

จอ Super AMOLED Plus พัฒนาจากจอ Super AMOLED โดยเปลี่ยนวิธีการเรียงเม็ดสีจากแบบ PenTile มาเป็นการเรียงแบบ RGB ตามปกติ ทำให้จำนวน พิกเซลย่อยเพิ่มขึ้นจาก 8 พิกเซลต่อจุดเป็น 12 พิกเซลต่อจุด ช่วยให้ภาพออกมาคมชัดขึ้นกว่าเดิม

กล้องถ่ายรูป

กล้องหลัง 8 MP ของ Galaxy S II นั้นดีกว่าที่ผมคิดไว้พอสมควร อันนี้แนะนำให้ดูด้วยตาตัวเองดีกว่า ลองดูตัวอย่างภาพจากกล้องได้ท้ายข่าวครับ นอกจากนั้นกล้องหลังยังสามารถบันทึกวิดีโอ Full HD ความละเอียด 1080p ที่ 30 เฟรม/วินาทีได้ด้วย
กล้องหน้าก็เหมือนทั่วไป เป็น fixed-focus แต่มีความละเอียด 2 MP ซึ่งมากกว่า Galaxy S รุ่นเดิมที่ถ่ายได้แค่ 0.3 MP (VGA) ความละเอียดระดับนี้เรียกได้ว่าเหลือเฟือสำหรับวิดิโอคอลหรือถ่ายรูปตัวเองลงเฟซบุ๊คครับ

มัลติทัช

จอสัมผัสของ Galaxy S II สามารถรับจุดสัมผัสได้พร้อมกันถึง 10 จุด (ลองดูรูปประกอบได้ครับ) แต่จำนวนจุดที่แม่นจริงๆ อยู่ที่ 5 จุด ถ้าเกินกว่านั้นพบว่าบางจังหวะจะมีปัญหาจุดไม่ขึ้น แต่คิดว่าคงไม่ค่อยมีคนใช้จุดสัมผัสเกิน 5 จุดอยู่แล้ว

ความถี่ 3G ที่รองรับ

เครื่องที่ขายในไทยแบ่งออกเป็น 2 รุ่นคือ GT-I9100 และ GT-I9100T ครับ โดยรุ่นแรกจะรองรับความถี่ 3G ของ AIS (900 MHz) ส่วนรุ่นหลังรองรับ 3G ของ dtac และ Truemove (850 MHz)
ทางซัมซุงให้ข้อมูลว่า ที่จริงแล้วตัวเครื่อง Galaxy S II นั้นผลิตออกมาเป็นตัวเดียวกันหมด แต่มีการจูนพารามิเตอร์ต่างๆ ในระดับซอฟต์แวร์เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดกับคลื่นความถี่นั้นๆ จึงต้องวางขายแยกออกเป็น 2 รุ่น
อย่างไรก็ตามถ้าผู้ใช้อยากเปลี่ยนคลื่นความถี่ที่ใช้งาน สามารถทำได้โดยกด *#2263# (อ่านว่า *#BAND#) จากโปรแกรมโทรศัพท์และเข้าไปเลือกคลื่นที่ต้องการ

ซอฟต์แวร์

TouchWiz UI 4.0

Samsung Galaxy S II ล๊อตแรกติดตั้ง Android 2.3.3 มาจากโรงงาน (Android รุ่นล่าสุดสำหรับมือถือ ณ ตอนนี้อยู่ที่ 2.3.4) พร้อมกับ TouchWiz UI 4.0 ซึ่งเป็น home screen ที่ออกแบบโดยซัมซุงเอง


วันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2554

iPhone 5 Concepts HD


iphone 5

iPhone 5
จุดที่น่าสนใจของ iPhone รุ่นใหม่นี้ ว่ากันว่า ได้รับการพัฒนาให้พิเศษกว่า iPhone รุ่นอื่น คือจะเน้นในระบบซิมการ์ดที่สามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายใด ๆ ก็ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยแอปเปิ้ลได้จับมือกับบริษัทซิมการ์ด Gemalto เพื่อออกซิมการ์ดชนิดพิเศษ ที่สามารถให้ผู้ใช้ที่ลงทะเบียนผ่านอินเตอร์เน็ต ตั้งค่าเครือข่ายโทรศัพท์ได้ทุกเครือข่ายตามที่ผู้ใช้ต้องการ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ยังไม่มีบริษัทผลิตโทรศัพท์ที่ไหนเคยทำมาก่อน


และภายในเครื่อง iPhone5 ก็จะมาพร้อมกับฮาร์ดแวร์ที่ได้รับการอัพเกรดให้ดียิ่งขึ้น ด้วย CPU รุ่นใหม่ Apple A5 Dual-Core ที่จะทำเครื่องโหลดเร็วกว่าเดิม รวมถึงจะใช้ระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุดอย่าง iOS 5 อีกด้วย และที่ฮือฮากันมากที่สุด ก็คือ iPhone5 จะมาพร้อมกับกล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซล จากเดิมที่มีความละเอียด 5 ล้านพิกเซลเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่มีความน่าสนใจมากเลยทีเดียว


และนอกจากเรื่องของซิมการ์ดเลือกเครือข่ายใดตามใจผู้ใช้แล้ว แอปเปิ้ลก็ยังมีข่าวที่ทำให้แฟน ๆ iPhone ตกตะลึงกันอีกครั้ง เมื่อมีข่าวออกมาว่าแอปเปิ้ลจะเพิ่มเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายในระยะสั้น หรือ NFC  (Near Field Communication) เข้าไปด้วย ทำให้ผู้ใช้สามารถเก็บข้อมูลและโอนถ่ายข้อมูลของเครื่อง Mac ไว้ในเครื่อง iPhone รุ่นใหม่นี้ได้ด้วย ประหนึ่งกับว่า iPhone รุ่นใหม่นี้ เป็นเครื่อง Mac ที่ผู้ใช้พกพาไปไหนมาไหนได้ตลอดเวลานั่นเอง

          งานนี้รับรองว่ามีประสิทธิภาพมากกว่า iPhone 4 เป็นไหน ๆ ส่วนใครที่กำลังวางแผนจะซื้อ iPhone 4 เร็ว ๆ นี้ อดใจรอกันหน่อยก็ดี เพราะ iPhone 5 หรือ iPhone 4s นี้ มีแพลนจะวางจำหน่ายภายในกลางปี 2011 นี้แน่นอนจ๊ะ